posted on 07 Sep 2007 18:55 by musicpark
สวัสดีครับมาเจอกันอักแล้วนะครับเมื่อวาน ผมไปเดินด้อมๆ มองๆที่ แพร่พิทยาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ตั้งเป้าไปหาหนังสือโน้ตมาฝากเพื่อนๆ เดินๆไปที่โซนหนังสือ ดนตรี แต่ว่า ไม่น่าเชื่อ หนังสือดนตรีหายไป มีหนังสือ กลศาตร์อะไรไม่รู้มาแทนที่ ผมพยายามเดินหาหนังสือดนตรีอยู่ประมาณ ครึงชั่วโมงพี่จะซ่อนดีไปไหน สุดท้าย ยอมแพ้ต้องบากหน้าโทรมๆ ไปถามพี่พนักงาน ว่าโซนหนังสือดนตรีมันอยู่ไหนครับ เค้ายุบไปแล้วเหรอครับ ผมถามด้วยเสียงละห้อย พี่พนักงานใจดีพาเดินไปด้านหลังสุด เจอแล้ว ขอบคุณพี่เค้าเรียบร้อย ผมยืนนึกในใจว่า ผมเข้ามาที่ร้านแพร่เป็นประจำ เค้าต้องเปลี่ยนโซนทุกที เข้าใจว่าอาจเป็นนโยบาย ให้ลูกค้าเดินให้ทั่ว และอาจหวังดีอยากให้ลูกค้า ได้ออกกำลังกายด้วยการเดินวันละสามกิโลเมตรต่อวัน แต่ผม อยากจะเรียนท่านเจ้าของร้านด้วยมุมมองลูกค้าผู้ภักดีว่า เรารู้สึกเซ็งมากที่เวลาเราเดินเข้าไปในร้านหนังสือแล้ว มุมหนังสือที่เราโปรดปราน อันตรธานหายไปไหนก็ไม่รู้ แล้วเป็นอย่างนี้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นร้านแพร่ หรือ B2S ไม่ได้เปลี่ยนแบบว่าปีนึงเปลี่ยนครั้งนึงนะครับ พี่เค้าเปลี่ยนประมาณแบบว่าทุกอาทิตย์ จะขยันเพื่อชาติไปไหน ท่านเจ้าของร้านน่าจะเอาเวลาที่ให้พนักงาน ย้ายของอยู่ตลอดเวลามาบริการ หรือแนะนำหนังสือให้เราดีกว่า ผมเคยเดินไปถามหาหนังสือเล่มนึงที่ B2S พี่พนักงานเค้าพยายามโบ้ยให้เราไปหาคนอื่น เพราะว่าเค้าต้องจัดของ อยู่ ปกติคนชอบอ่านหนังสืออย่างเราจะมีมุมหนังสือโปรดที่ไปเมื่อไรก็ต้องเดินไปอยู่เรื่อย เฮ้อ บ่นเป็นคนแก่เลยเรา
ด้วยความเซ็งและความเคารพ
posted on 14 Aug 2007 18:18 by musicpark

ซ้อมดนตรีมีเสียเที่ยวด้วยเหรอครับเออนั่นสินะ การเสียเที่ยวคือการที่เราต้องการไปเที่ยวแล้วไม่ได้ไป เสียเที่ยว มีหลายอย่าง มีทั้งเสียเที่ยวเดียว จะราคาถูกกว่า ถ้าเสียหลายเที่ยวจะราคาแพง ไปกันใหญ่แล้ว กลับมาที่เรื่องซ้อมดนตรีดีกว่า อย่างที่จั่วหัวไว้ว่าซ้อมดนตรีอย่างไรไม่เสียเที่ยวครับ การซ้อมดนตรีนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับนักดนตรี นักเรียนดนตรีทั้งหลายเพราะว่าเป็นนักดนตรีก็ต้องซ้อมดนตรี ถ้าไปซ้อมชาวบ้านก็กลายเป็นนักเลงไม่ใช่นักดนตรี เอ้ะยังไง วิธีการซ้อมดนตรีนั้นมีมากมายหลายอย่างครับ นักดนตรีแต่ละคนก็จะชอบต่างๆกัน บางคนถนัดซ้อมยาว เช่นซ้อมติดกัน หลายชัวโมงต่อวัน ไม่มีตารางการซ้อมอยากซ้อมอะไรก็ซ้อมอาจจะเริ่มจากซ้อม จาก วิ่ง แล้วไป ชกกระสอบทราย เฮ้ยนั่นมันซ้อมมวยแล้วนี่หว่า
กลับมาที่ซ้อมดนตรี เทคสอง ครับก็อย่างว่า แต่ละคนเวลาซ้อมดนตรีก็ จะแตกต่างกันไป บางคนต้อซ้อมดึกๆไปถึงช่วงเช้าเพราะต้องการความเงียบ บางคนอยู่ที่ไหนก็ซ้อมได้ แม้แต่อยู่ในห้องน้ำ (ซ้อมร้องเพลงไง ฮ่าฮ่าคิดอะไรกัน ) สำหรับนักดนตรีมืออาชีพนั้นการซ้อมถือเป็นกิจวัตร ประจำวันของเค้าเลยครับ ประมาณว่าชีวิตนี้ไม่ต้องทำอะไรซ้อมดนตรีอย่างเดียว โดยเริ่มซ้อมติดต่อกันไปหลายชัวโมง คือซ้อมทั้งวันนั่นนแหละครับเหนื่อยก็พักประมาณนั้น แต่ว่าอย่างเราๆ เนี่ยถ้าซ้อมดนตรีทั้งวันไม่ทำการทำงานอะไรเกรงว่าจะต้องรับประทานแกลบแทนข้าว ดังนั้นใครที่อยากซ้อมดนตรีแต่ว่าไม่ค่อยมีเวลาว่างมาก ล้อมวงเข้ามาครับผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
เทคนิคนี้ผมได้มาจาก การปีนขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอร์เรส เพื่อรับคัมภีร์เทวดานี้ จาก อาจารย์ท่านนึงซึ่งเปิดเผยตัวไม่ได้นะครับ เพราะอาจจะกระเทือนต่อ ระบบนิเวศน์ได้ครับ วิธีการก็คือแบ่งการซ้อมเป็นช่วงๆ กับหลินฮุ่ย
ช่วงที่ 1 ซ้อมสเกล 45 นาที พัก 15 นาที
ช่วงที่ 2 ซ้อมแบบฝึกหัด Exercise Etude ต่างๆ 45 นาที พัก 15 นาที
ช่วงที่ 3 ซ้อมเพลงเก่าที่เคยเล่นได้แล้ว 45 นาที พัก 15 นาที
ช่วงที่ 4 ซ้อมเพลงใหม่45 นาที พัก 15 นาที
ช่วงที่ 5 ซ้อม SignLeading45 นาที พัก 15 นาที
ช่วงที่ 6 ซ้อม Improvise (ด้นกลอนสด)45 นาที พัก 15 นาที
ช่วงที่ 7 ซ้อมอื่นๆ
หากว่าเรามีเวลาน้อยลงเราก็ปรับ เวลาซ้อมได้ครับ เช่นซ้อม 30 นาที พัก 5 นาที เป็นต้น
รับรองว่าถ้าท่านซ้อมได้แบบนี้ แบบต่อเนื่องทุกวันละก็ ท่านจะกลายเป็นอัจฉริยภาพทางดนตรีอย่างไม่ต้องสงสัย
posted on 10 Aug 2007 16:35 by musicpark

วันพุธที่ผ่านมานี้ Music Park ของเราต้อง สูญเสีย ทรัพยากร บุคคลทางด้าน เสียงหัวเราะไปหนึ่งคนครับ อย่าเพิ่งตกใจครับ ยังไม่มีใครตายเพียงแต่ น้องอร เจ้าของฉายา อรต้องนั้นต้องจากเราไปเรียนต่อที่ อเมริกาเป็นเวลา 1 ปี ตอนแรกอรมาบอกว่า 1 ปี ทุกคนเศร้ากันใหญ่ วันรุ่งขึ้นอรบอกลดให้เหลือ 10 เดือน เนี่ยไม่ได้บอกผ่านนะเนี่ย ไม่ได้กำไรเลยนะเนี่ย ไม่ใช่ขายของเว้ย เสียงน้องชัชลอยมาตามลม น้องอรเรียนเปียโนที่ Music Park กับครูแว็คมาตั้งแต่อยู่ ป4 ตอนนี้อยู่ ม 5 กี่ปีแล้วหว่า ประมาณ 6-7 ปีแล้วมั้งครับ ผมเห็นอร มาตั้งแต่เป็นเด็กขี้มูกโป่งจนตอนนี้ โตเป็นสาวสวย น่ารัก ที่ใครๆเห็นก็ต้องมองเหลียวหลัง ที่ต้องมองเหลียวหลังเพราะสาวเจ้าจะซุ่มซ่ามเดินสะดุดโน่นสะดุดนี่ไปตามทางเดิน เรื่อยเปื่อย หน้าตาสาวเจ้าออกไปทางหมวยๆ จะบอกว่าญี่ปุ่นก็พอได้ หรือจะว่าเกาหลีก็มีเค้า ช่วงที่เรียนที่นิวสาธร ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติ จึงมีหนุ่มๆมาตามจีบ อร อยู่ไมขาดสาย หัวกระไดไม่แห้ง ที่ไม่แห้งเพราะว่าท่อปะปาที่บ้านมันรั่ว อรบอกว่ายังงั้น
นิสัยเด่นๆของเค้าที่ขึ้นชื่อลือนามได้แก่ สนใจเรื่องของชาวบ้านเป็นพิเศษ ภาษาไทยเดิมเรียก สอดรู้สอดเห็น ที่โรงเรียนที่เค้าเรียนอยู่ ไม่ว่าใครเป็นแฟนกับใคร ใครบวช กี่พรรษา คนนู้นป็นกิ้กกับคนนี้ น้องอรเป็นต้องสนใจไปซะทุกเรื่อง จะว่าไปแล้วมันก็น่าสนใจกว่าบทเรียน ซะอีก ถ้าใครจับกลุ่มนินทา ใครหรือคุยกัยเรื่องอะไรน้องอร จะพยายามเดินๆไปเลียบๆเคียงๆเมียงมอง แล้วสอดส่ายหูวิเศษ ของเค้า บางทีก็เนียนเข้าไปรวมกลุ่มกับเค้าอย่างกลมกลืน

อรมักจะมีเรื่องสนุกๆมาเล่าให้พวกเราที่ Music Park อยู่เป็นประจำ มีครั้งนึงน้องอรต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านแต่ไม่มีเงินหลือในกระเป๋าเลย เอ้าแล้วอรจะทำยังไง ครูแว็คถามด้วยน้ำเสียงห่วงๆ อรก็ให้เค้าไปส่งที่ บ้านแล้วค่อยเอาเงินที่แม่ที่บ้านให้เค้าไง ไม่เห็นยาก เอ้าแล้วถ้าแม่ไม่อยู่บ้าน จะทำไง ครูแว็คถามต่อ ก็ไม่เห็นยาก อรก็ให้เค้ามาส่งที่เดิมที่อรขึ้นไป หักลบกลบกันแล้วก็ไม่ต้องจ่ายค่าแท้กซี่ เพราะว่า สุดท้ายแล้วอรก็ไม่ได้ไปไหนนี่นา เค้ามาส่งทีเดิมอรก็กลับมาอยู่ที่เดิมแล้วจะจ่ายค่าแท้กซี่ ทำไม อรพูดหน้าตาซีเรียส
อาหารสุดโปรดของ น้องอรเวลามาเรียนที่ Music Park ได้แก่คอหมูย่าง ในซอยโรงเรียนกินได้ทุกครั้งที่มา ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะอร่อยอะไรขาดนั้น มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ปกติแล้วที่ร้านคอหมู จะมีโต้ะให้นั่งกินได้ แต่ว่าน้องอร ชอบเอาคอหมูมากินในโรงเรียน ผมถามว่าทำไม เอ้าก็กินที่นี่มันเย็นดี ดู Hiso ดี ชอบ ๆ กินที่ร้านมันร้อนนี่นา กินที่นี่ใช้แอร์ฟรีด้วยไม่ต้องจ่ายให้ครูแว็คจ่าย อรพูดพร้อมกับหัวเราะ ฮ่าฮ่า
น้องอรป็นหนึ่งใน 4 จตุรเทพ ของ Music Park ซึ่งประกอบไปด้วย น้องชัช น้องอร น้องซวง น้องมด วันนึง ขณะที่เรียนเปียโนเสร็จเรียบร้อย ครูแว็คชวน 4 คนนี้ไปกินบัวลอยของโปรดครูแว็ค ด้วยความเป็นลูกศิษย์ที่ดีหรืออย่างไรไม่ทราบได้ 4 คนนี้ก็ไปด้วยกันกับครูแว็ค ขณะที่เดินไปนั้นตามทางนั้น มดซึ่งเป็นพี่ใหญ่สุด ก็ Get Idea อะไรบางอย่าง เค้าหัวเราะออกมาเสียงดัง เป็นไรพี่มด อรถามเสียงตกใจ เนี่ยเรา 4 คนเนี่ยมาตั้งแก้งกันมั้ย แก้งอะไรเหรอพี่มด ซวงถามบ้าง เอ้าก็เราเรียนดนตรี เราก็ต้องเป็น 4 อัจฉริยภาพทางดนตรี ไง มดพูดพร้อมกับ ทำท่าแปลงร่างแบบ ยอดมนุษย์ญี่ปุ่น อืมม ดีเหมือนกัน 3 คนที่เหลือเห็นด้วย เราจะเป็น 4 อัจฉริยภาพทางดนตรีกัน ดู้มันคิดได้ยัง น้งกินบัวลอยอยู่ก็แต่งตั้งตัวเอง เป็น 4 อัจฉริยภาพทางดนตรี เฮ้อ ตูจะบ้าตาย วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยววันหลังจะมาเล่า เกี่ยวกับไอ้ตัวตั้นคิดแต่งตั้งตัวเองเป็น 1 ใน 4 อัจฉริยภาพทางดนตรี เฮ้อ ขอ เฮ้ออีกที